ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

ไหว้บูชาพระราหู ที่ไหนดี สักการะเสริมดวงปังๆ !!

        พระราหู  เทวดานพเคราะห์องค์หนึ่งในคติไทย ซึ่งมีความเชื่อกันว่าการบูชาพระราหูสามารถบันดาลประโยชน์และโทษให้เกิดขึ้นกับบุคคล หรือสิ่งต่าง ๆ ได้ ดังนั้นจึงได้คิดวิธีการไหว้พระราหูเกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าทำให้สิ่งเลวร้ายอันอาจจะเกิดขึ้นบรรเทาเบาบางลงและแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ดี เกิดความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีโชคมีลาภ เจริญก้าวหน้าร่ำรวย ราหูเป็นดาวเคราะห์ที่ปกติจะย้ายในทุกๆ 1 ปีครึ่ง ซึ่งมีความเชื่อกันว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ราหูย้าย จะส่งผลต่อดวงชะตาของคนทั้ง 12 ราศี บทความนี้ ธาราญา จะมาบอกการไหว้บูชาพระราหู ที่ไหนดี ที่ไหนปัง !! 1 ศาลพระพิฆเนศ แยกห้วยขวาง กรุงเทพฯ นอกจากการไปสักการะพระพิฆเนศแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังประดิษฐาน “พระราหู” ให้ได้กราบไหว้ขอพรด้วย โดยตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าให้ได้บูชาและขอพรเรื่องโชคลาภ คุ้มครองในเรื่องภัยอันตรายต่าง ๆ 2   วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ วัดไตรมิตรวิทยาราม หรือ วัดสามจีน อยู่ทิศตะวันตกของสถานีรถไฟหัวลำโพง บนถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ที่นี่เป็นวัดที่ผู้คนให้ความสนใจ นิยมไปไหว้พระนารายณ์ทรงครุฑประทับยื...

“เจิมรถ” เสริมมงคล ที่ไหนดี ที่ไหนปัง !!

  สมัยก่อนมนุษย์มักไหว้ฟ้า ดิน และบูชาสิ่งเร้นลับ เพื่อให้ได้มีชีวิตที่สงบสุข แม้เวลาผ่านไปจะมีเทคโนโลยีเข้ามา แต่ความเชื่อเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่ เพราะทำให้ผู้คนที่กราบไหว้รู้สึกอุ่นใจว่ายังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอมคุ้มครอง ซึ่งหนึ่งบในพิธีกรรมที่ว่าคือ การเจิมรถใหม่ เป็นความเชื่อที่ส่งต่อกันมาว่า ถ้าสวดคาถาเจิมรถใหม่ แปะยันต์เจิมรถ ท่องคาถาไหว้รถ จะทำให้การเดินทางราบรื่น การเจิมรถ  คือ การทำพิธีต้อนรับรถใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคล หรือไหว้วอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาดูแลรักษาทั้งรถยนต์และเจ้าของรถยนต์คันใหม่ มาสิงอยู่ในยานพาหนะ หรือวนเวียนอยู่ข้างกาย จึงจำเป็นต้องท่องคาถาไหว้รถ สวดคาถาเจิมรถพร้อมยันต์เจิมรถใหม่ เพื่อให้เกิดพลังอันยิ่งใหญ่ในขณะทำพิธีเจิมรถ สำหรับในทางพุทธศาสนานั้นมีการประยุกต์การเจิม ซึ่งกล่าวไว้ว่า การเจิม เป็นการทำเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ โดยมีที่มาจากสมัยพุทธกาลด้วยการทำสัญลักษณ์บนจีวรผืนใหม่ เพื่อป้องกันผลอาบัติจากการใช้ผ้าในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเรียกว่า “พันทุกัปปะ” โดยจะทำเป็นจุดวงกลมเอาไว้ที่มุมจีวรด้วยสีเขียว หรือสีดำคล้ำ เพื่อทำตำหนิให้กับจีวร และแสดงความเป็นเจ้...

อานิสงส์ของการถวาย “หลอดไฟ” ฉบับ ธาราญา !!

  ในปัจจุบันแต่ละประเทศมีความนิยมใช้แสงไฟเป็นเครื่องประดับในแต่ละพื้นที่ต่างๆในเมืองหลวง เพื่อให้เกิดความสวยงาม เกิดแสงสว่างที่ทำให้น่ามองน่าชื่นชม แสงไฟยังมีความจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันของคนในสมัยใหม่เช่นกัน แสงไฟมีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นการพัฒนาออกแบบเป็น  โคมไฟLED,  หลอดไฟLED,  สปอร์ตไลท์LED, และโคมไฟถนนLED  แต่ละประเภทมีการใช้งานที่แตกต่างกันไปวิวัฒนาการที่ได้กล่าวมาข้างต้นเป็นสิ่งสำคัญที่สร้างคุณค่าให้แก่แสงไฟ ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้  โคมไฟLED หลอดไฟLED สปอร์ตไลท์LED และ โคมไฟถนน  เพิ่มมากขึ้น             แสงสว่าง เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก หากไม่มีแสงสว่างการจะทำกิจการอะไรก็จะยากลำบาก ดังนั้นการทำบุญถวายโคมไฟให้กับวัดจึงถือเป็นบุญมากอย่างหนึ่ง ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีโคมไฟ นิยมถวายเทียน ตะเกียงเพื่อใช้ในการส่องสว่างให้กับพระสงฆ์ เพื่อให้ท่านได้มองเห็นยามทำกิจกรรมต่างๆ แต่ปัจจุบันเมื่อมีกระแสไฟฟ้าเข้ามาแทนที่ จึงนิยมถวายโคมไฟหรือหลอดไฟ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการถวายดวงประทีปหรือดว...

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ทำไมต้องทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ?

  พิธีขึ้นบ้านใหม่ หรือพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ คือ ความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณ เป็นการทำบุญสำหรับการย้ายบ้านหรือที่อยู่ใหม่ จัดขึ้นเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัย เชื่อกันว่าจะช่วยให้อยู่เย็น เป็นสุข เจริญรุ่งเรือง รักใคร่ปรองดอง ไม่ทะเลาะวิวาท ป้องกันสิ่งอันตราย ขับไล่สิ่งชั่วร้าย และปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีบุคคลที่เข้าร่วมในพิธี คือ พระสงฆ์ เจ้าหน้าที่ คนในบ้าน และญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง ส่วนสถานที่ก็คือบ้านที่ย้ายเข้าไปอยู่นั่นเอง ทำไมต้อง ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ นอกจากเหตุผลเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับบ้านแล้ว หลายคนเชื่อว่าการทำบุญขึ้นบ้านไหม่ ยังหมายถึงการแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกียรติกับเหล่าเทวดา เจ้าที่เจ้าทางที่อาศัยอยู่ ณ สถานที่นั้นๆ เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของผู้อาศัย ซึ่งการทำบุญขึ้นบ้านใหม่เป็นพิธีกรรมมงคลที่เน้นทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลรวมทั้งนับเป็นฤกษ์งามยามดีในการย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในบ้านใหม่ ถือเป็นกุศโลบายในการเสริมขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าบ้านและผู้อยู่อาศัย เพราะเชื่อกันว่าเป็นการบอกกล่าวพระรัตนตรัยแล...

สถานที่กราบไหว้บูชา “พญานาค” ที่ไหนดี ที่ไหนปัง !!

  พญานาค   หรือ นาค มีภาษาอังกฤษ คือ King of Nagas ซึ่งเป็นความเชื่อในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีรูปร่างลักษณะเป็นงูใหญ่ ที่มีหงอน ซึ่งจะสื่อถึงความยิ่งใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ มีวาสนา และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล โดยลักษณะตามความเชื่อในแต่ละภูมิภาคจะมีความแตกต่างกันไป สีทองและตาสีแดง มีเกล็ดที่ลักษณะเหมือนปลามีหลากสี แตกต่างกันไปตามบารมี บ้างสีเขียว บ้างสีดำ และอาจจะมี 7 สี เหมือนสีของรุ้ง และที่สำคัญคือพญานาค ที่เป็นตระกูลธรรมดาจะมีลักษณะ คือมีเศียรเดียว แต่หากเป็นตระกูลที่สูงกว่าตระกูลธรรมดานั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียร หรือเก้าเศียร พวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช (อนันตนาคราช) ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท ณ เกษียรสมุทร อนันตนาคราช และผู้คนมีความเชื่อว่า พญานาคจะแปลงร่างเป็นมนุษย์รูปร่างสวยงามได้ เชื่อว่าคนไทยกับการมูเตรูนั้นเป็นของคู่กันมาแต่ช้านาน เริ่มต้นศักราชใหม่แบบนี้ หลายคนคงมีแพลนที่จะไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพบูชากันไม่มากก็น้อย “พญานาค” ถือเป็นหนึ่งสิ่งศักด์สิทธิ์ที่หลายคนนับถือและต่างพูดถึงกันอย่าง...

ความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์ ฉบับ ธาราญา !!

  สงกรานต์  คือ ประเพณีของประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไตแถบเวียดนาม และมนฑลยูนานของจีน รวมถึงศรีลังกา และประเทศทางตะวันออกของประเทศอินเดีย สันนิษฐานกันว่า ประเพณีสงกรานต์นั้นได้รับวัฒนธรรมมาจากเทศกาลโฮลีในอินเดีย แต่เทศกาลโฮลีจะใช้การสาดสีแทน โดยจะจัดให้มีขึ้นในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งก็คือเดือนมีนาคม สงกรานต์ เป็นคำในภาษา สันสกฤต ที่หมายถึง การเคลื่อนย้าย โดยเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายการประทับในจักรราศี หรือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ตามความเชื่อของไทยและบางประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเพณีสงกรานต์นั้นมีสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงมักเรียกรวมกันว่า  ประเพณีตรุษสงกรานต์  หมายถึง การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดิมทีวันที่จัดสงกรานต์นี้นั้นจะมีการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดวันที่แน่นอน คือ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน แต่เดิม วันขึ้นปีใหม่ไทย คือ วันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. 2431 และได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่จนถึง พ.ศ. 2483 ประวัติวันสงกรานต์ เมื่อครั้งก่อน  พิธีสงกรานต...

จุดประสงค์ของการอุปสมบทคืออะไร ?

  อุปสมบท  การอุปสมบทเป็นคำที่คุ้นหูคนไทยมาอย่างช้านาน โดยเฉพาะผู้ชาย เพราะเรามักจะได้ยินประโยคที่ว่า บวชทดแทนบุญคุณให้พ่อแม่ ให้พ่อแม่ได้เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์” เชื่อว่าหลายคนคงคิดว่าคำว่า “ บวช ” กับคำว่า “ อุปสมบท ” นั้นเป็นคำเดียวกัน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว คำนี้มีความหมายที่แตกต่างกัน แต่สามารถใช้แทนกันได้ จุดประสงค์การอุปสมบท  คือ เพื่อทดแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ เช่น บุพการี พ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือผู้มีคุณต่อเรา เป็นต้น เพื่อศึกษาธรรมะ คือ ศึกษาสิ่งที่ควรจะต้องทำ และศึกษาสิ่งที่ควรจะต้องละ หมายถึง สิ่งไหนไม่ดีเราจะต้องละ สิ่งไหนที่ดีเราจะทำเพิ่มให้เจริญยิ่งขึ้นไป เพื่อแก้กรรม ส่งกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร คือ เมื่อเราบวชศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรมแล้ว ก่อเกิดเป็นบุญกุศล จึงส่งกุศลนี้ให้กับเจ้ากรรมนายเวร เพื่อเข้าใจชีวิตดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง ชีวิตไม่หลวงทาง เพื่อเป็นพื้นฐานในการไปศึกษาต่อ หรือแม้แต่จะไปทำหน้าที่ ทำงาน กิจการธุรกิจ หรือดำเนินชีวิต มีครอบครัว การครองเรือน การบวชหรือบวช เป็นคำภาษาไทยสามารถทำการถอดรูปมาจากคำที่อยู่ในภาษาบาลีว่า “ปพฺพชฺชา” ซึ่งมีความหมายว่า “...