คำว่า “ เศรษฐี ” ตรงกับภาษาสันสกฤตว่า “เศรษฐิน” หมายความว่า บุคคลที่ดีที่สุด เป็นผู้นำ มีชื่อเสียง และมีเกรียรติ ในขณะที่ภาษาบาลีจะตรงกับคำว่า “เสฏฐี” หมายความว่า ผู้มีทรัพย์มาก เป็นนายธนาคาร เป็นผู้อยู่ในเมือง เป็นพ่อค้าผู้ร่ำรวย และเป็นหัวหน้ากลุ่มอาชีพต่าง ๆ เศรษฐีมาจากวรรณะแพศย์ที่มีฐานะร่ำรวย ได้แก่พวกพ่อค้า ชาวนา ชาวสวน และอาชีพต่าง ๆ เช่น ช่างทอ ช่างทอง ช่างจักสาน ช่างปั้นหม้อ เป็นต้น กลุ่มเหล่านี้เมื่อผลิตสินค้าจะนำไปขายด้วยตนเอง จึงรวมอยู่ในกลุ่มพวกพ่อค้า อาชีพของเศรษฐีมักทำการค้าขาย บรรทุกสินค้าลงเกวียนค้าขายระหว่างเมือง หรือเป็นผู้ควบคุมระบบการเงินการค้า ฯลฯ แต่เศรษฐีที่ทำนาก็มี เช่น จากเรื่องกุรุธรรมชาดก กล่าวถึงเศรษฐีมีไร่ข้าวสาลี, จากพระธัมมปทัฏฐกถา กล่าวถึงนายปุณณะ ผู้ทำงานรับจ้างอยู่ที่บ้านของสุมนเศรษฐี ได้ออกไปไถนาให้เศรษฐีในวันนักขัตฤกษ์ หรือจากเรื่องนางวิสาขา ตอนที่นางจะเดินทางไปอยู่บ้านสามี ธนัญชัยเศรษฐีผู้เป็นพ่อได้ให้เงินและสิ่งของต่าง ๆ ไปด้วย เช่น โคจำนวนมาก อุปกรณ์ทำนา ไถ ผาล เป็นต้น วรรณะแพศย์จึงเป็นกลุ่มที่ร่ำรวยจากกา...
เราเริ่มด้วย “ศรัทธา” ที่มีในการทำบุญและถวายสิ่งของอันประณีตที่มาจากตั้งใจที่แท้จริง เสมือนถวายแด่พระพุทธเจ้าเองหรือถวายแด่พระอริยะสงฆ์เองอันเป็นเนื้อนาบุญที่สมควรแด่ศรัทธาของผู้กระทำ เพื่อความปีติในการทำบุญทั้ง 3 กาล